ลัทธิ

-ชินโต
-ขงจื๊อ
-เต๋า
-วูดู
-พุทธตันตระ
-ลัทธิหัวเหา
-ลัทธิเก๋าได่
-ลัทธิมาณีกี
-ลัทธิโอมชินริเกียว
-ลัทธิชอนโดเกียว

Leave a comment »

ศาสนาในโลกปัจจุบัน

ศาสนาคริสต์
-โรมันคาทอลิก
-โปรเตสแตนต์
-ออร์ทอดอกซ์
ศาสนาอิสลาม
-สุหนี่
-ชีอะห์
ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
-ไศวะ
-ไวษณพ
-ศักติ
ศาสนาพุทธ
-เถรวาท
-มหายาน
ศาสนาซิกข์
-นานักปันถิ
-ขาลฺสา
-นิลิมเล
ศาสนายิว
-ออร์ทอดอกซ์ (ฟาริซี)
-โปรเกรสซีฟ (ซัดดูคูส)
-นักพรต (เอสเซเนส)
ศาสนาเชน
-ทิคัมพร
-เศวตัมพร
ศาสนาโซโรอัสเตอร์
-กัทมิส
-ชหันชหิส
ศาสนาบาไฮ

Leave a comment »

ประเภทศาสนา

ศาสนาในโลกถึงแม้จะมีมาก แต่ถ้าจัดเป็นประเภทก็ได้เป็น 2 ประเภท คือ

[แก้] เทวนิยม
เชื่อว่ามีเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่เหนือกว่าเทพเจ้าทั้งหลาย หรือเรียกกันว่าพระเจ้า มีพระเจ้าสูงสุด เพียงพระองค์เดียว พระองค์เป็นผู้สร้างโลกและสรรพสิ่งและเชื่อกันว่าพระเจ้าอาจติดต่อมนุษย์ โดยผ่านศาสดาพยากรณ์หลายองค์ เช่น พระอัลเลาะห์ ทรงติดต่อกับท่านนบีมุฮัมหมัด พระยะโฮวาห์ ทรงติดต่อกับ ท่านโมเสส และพระเยซู ส่วนบางศาสนาก็นับถือพระเจ้า หรือเทพเจ้าหลายองค์ อย่าง ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เชื่อว่าพระเจ้าอวตารแยกเป็น3องค์ เป็นต้น ศาสนาแบบเทวนิยม ได้แก่

ศาสนาคริสต์
ศาสนาอิสลาม
ศาสนายิว
ศาสนาซิกข์
ศาสนาบาไฮ
ศาสนาโซโรอัสเตอร์
ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู

[แก้] อเทวนิยม
ศาสนาประเภทนี้ ไม่เชื่อในการมีอยู่จริงของพระเจ้า โดยเชื่อว่าโลกและสรรพสิ่งเกิดขึ้นเองตามกฎของธรรมชาติ เชื่อว่ามนุษย์เป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของตนเอง ทุกสิ่งเป็นไปตามเหตุปัจจัย ศาสนาประเภทนี้ ได้แก่

ศาสนาพุทธ
ศาสนาเชน

Leave a comment »

พัฒนาการของศาสนา

มีความเชื่อว่าศาสนานั้นเกิดมาจากความต้องการเข้าใจในธรรมชาติของมนุษย์ นับแต่อดีดมนุษย์จะสงสัยว่าสิ่งต่างๆเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ทำไมต้องเกิดขึ้น จะเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ เปลี่ยนแปลงแล้วจะเกิดผลอะไรต่อมาอีก จนนำมาสู่การค้นหาแนวทางต่างๆเพื่อตอบปัญหาเหล่านี้ จนนำมาเป็นความเชื่อและเลื่อมใส ตัวอย่างเช่นศาสนาพุทธ เกิดจากเจ้าชายสิทธัตถะทรงเห็นความทุกข์ จึงทรงหาแนวทางให้หลุดพ้นจากความทุกข์ ด้วยวิธีการต่างๆนานา จนทรงค้นพบอริยสัจ 4 ด้วยวิธีที่ เป็นการฝึกจิตด้วยสติจนถึงซึ่งความรู้แจ้ง ในสรรพสิ่ง และความดับความทุกข์ ทรงตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าดับสิ้นซึ่งกิเลส ทรงสอนให้มนุษย์ ให้ทำบุญ รักษาศีล และภาวนา เพื่อจะได้เป็นแนวทางในการพ้นทุกข์ของมหาชน อย่างไรก็ตาม ในการศึกษาในปัจจุบัน คำอธิบายของการเกิดขึ้นและพัฒนาการของศาสนา สามารถแบ่งได้เป็นสี่กลุ่ม

ศาสนาเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นจากความกลัว ในธรรมชาติที่ตนเองไม่รู้ จนต้องวิงวอนและร้องขอในสิ่งที่อยากได้
ศาสนาเกิดจากความไม่รู้สงสัย ในอภิปรัชญาว่าโลกและเกิดขึ้นมาได้อย่างไร และจะเป็นเช่นไรต่อไป
ศาสนาเกิดจากความต้องการที่จะสร้างความเชื่อขึ้นมา เพื่อช่วยควบคุมความประพฤติของคนในสังคม ให้สังคมสงบสุข
ศาสนาเกิดจากความต้องการที่จะพ้นจากความทุกข์
ศาสนาหลักๆ ที่มีอยู่ถ้ามองตามเป้าหมายในเรื่ององค์สูงสุดจะแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลักๆคือ

1) ศาสนาที่ยึดถือองค์สูงสุดเป็นเป้าหมาย

2) ศาสนาที่ไม่ยึดถือองค์สูงสุดเป็นเป้าหมาย

ทั้งสองกลุ่มมีความเชื่อที่ไม่เหมือนกันคือกลุ่มแรกยอมรับว่าองค์สูงสุดมีอยู่จริง เช่นศาสนาคริสต์และอิสลามเรียกองค์สูงสุดว่าพระเจ้า ผู้นับถือมีเป้าหมายเพื่อการเข้าไปรวมอยู่ในอาณาจักรของพระเจ้า ส่วนกลุ่มหลังเช่นศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ไม่ยอมรับการมีอยู่ของพระเจ้าหรือองค์สูงสุด แต่เชื่อในการมีอยู่ของเทพเจ้า (เหล่าพรหมา)ซึ่งเป็นเทวดาชั้นสูงสุดเรียกว่าพรหม แต่ต่างกันตรงที่ผู้ที่นับถือศาสนาศาสนาพุทธไม่มีเป้าหมายเพื่อการไปรวมอยู่กับพรหม แต่สามารถไปเกิดเป็นพรหมได้ เพราะการรวมอยู่หรือไปเกิดเป็นพรหม เมื่อหมดเหตุปัจจัยก็ยังต้องเวียนว่ายอยู่ในสังสารวัฏ อันมีต่ำสุดคือนรก สูงสุดคือพรหม อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทางที่จะหลุดพ้นจากสังสารวัฏได้จึงมีทางเดียวเท่านั้นคือ นิพพาน

Leave a comment »

ความสำคัญของศาสนา

1. บอกถึงหลักอภิปรัชญา ว่าโลกนี้เกิดขึ้นมาจากอะไร และจะเป็นเช่นไร
2. สอนหลักคุณธรรมศิลธรรมจริยธรรมของมนุษย์ในการอยู่ร่วมกัน
3. ให้รู้จักการดำเนินชิวิตเช่นไรจึงจะถูกต้อง
4. มีเป้าหมายในชีวิต เป็นมนุษย์ที่สมบูรณื ไม่เพียงแต่เกิดมาเพื่อกิน และเสพกามเท่านั้น
5. หลักศรัทธา ว่าทำดีได้รางวัลคือขึ้นสวรรค์ ทำชั่วได้โทษคือตกนรก ทำให้แม้จะลับตาคนไร้กฎหมายก็ไม่ทำชั่วทำแต่ดี
6. เป็นที่พึ่งทางใจ ในยามชีวิตประสบปัญหาสิ้นหวัง ไร้กำลังใจ
7. เป็นบ่อเกิดแห่งศิลปะ วัฒนธรรม และประเพณี

Leave a comment »

องค์ประกอบของศาสนา

1. สิ่งเคารพสูงสุด เช่น ศาสนาเทวนิยมคือพระเจ้า
2. ศาสดา เช่น ศาสนาพุทธคือพระพุทธเจ้า
3. คัมภีร์ เช่น ศาสนาอิสลามคืออัลกุระอ่าน
4. ผู้สืบทอด เช่น ศาสนายิวคือนักบวช และชาวยิว(ผู้นับถือศาสนายิว)ทุกคน
5. ศาสนสถาน เช่น ศาสนาซิกข์คือสุวรรณวิหาร
6. สัญลักษณ์ เช่น ศาสนาคริสต์ คือไม้กางเขน
7. พิธีกรรม เช่น ศาสนาฮินดูคือการอาบน้ำล้างบาปที่แม่น้ำคงคา

Leave a comment »

ศาสนา

ศาสนา (อังกฤษ: religion) หมายถึง ความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สิ่งเหนือธรรมชาติ ในหลักอภิปรัชญาว่าทุกสรรพสิ่งเกิดขึ้ศาสนา (อังกฤษ: religion) หมายถึง ความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สิ่งเหนือธรรมชาติ ในหลักอภิปรัชญาว่าทุกสรรพสิ่งเกิดขึ้นมาดำรงอยู่และจะเป็นเช่นไรต่อไป มีหลักการ สถาบัน หรือประเพณี ที่เป็นที่เคารพโดยทั่วไป แล้วอาจกล่าวได้ว่า ศาสนาเป็นสิ่งที่ควบคุม และประสานความสัมพันธ์ของมนุษย์ ให้อยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุข คือ ให้มีหลักการ ค่านิยม วัฒนธรรมร่วมกันและวิถีทางที่มนุษย์เลือกใช้ในการดำรงชีวิต ให้สังคมเป็นหนึ่งเดียวกัน มีแนวทางไปในทิศทางเดียวกัน ด้วยหลักจริยธรรม คุณธรรม ศิลธรรมที่เป็นบรรทัดฐานเดียวกัน สำหรับประเทศไทย ประชาชนมีเสรีภาพในการนับถือศาสนา โดยพระมหากษัตริย์ทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภ์ทุกศาสนา ศาสนาสำคัญ และมีคนนับถือมากที่สุดในประเทศไทย ได้แก่ ศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาซิกข์ นอกจากการนับถือศาสนาแล้ว ยังมีความเชื่อไม่นับถือศาสนาด้วย เรียก “อศาสนา” (อังกฤษ: irreligion) และผู้ไม่นับถือศาสนาเรียก “อศาสนิก” (อังกฤษ: irreligious person) เนื้อหา [ซ่อน] 1 องค์ประกอบของศาสนา 2 ความสำคัญของศาสนา 3 พัฒนาการของศาสนา 4 ประเภทศาสนา 4.1 เทวนิยม 4.2 อเทวนิยม 5 ศาสนาในโลกปัจจุบัน 6 ลัทธิ 7 จำนวนผู้นับถือศาสนาและลัทธิต่างๆ [1] 8 อ้างอิง นมาดำรงอยู่และจะเป็นเช่นไรต่อไป มีหลักการ สถาบัน หรือประเพณี ที่เป็นที่เคารพโดยทั่วไป แล้วอาจกล่าวได้ว่า ศาสนาเป็นสิ่งที่ควบคุม และประสานความสัมพันธ์ของมนุษย์ ให้อยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุข คือ ให้มีหลักการ ค่านิยม วัฒนธรรมร่วมกันและวิถีทางที่มนุษย์เลือกใช้ในการดำรงชีวิต ให้สังคมเป็นหนึ่งเดียวกัน มีแนวทางไปในทิศทางเดียวกัน ด้วยหลักจริยธรรม คุณธรรม ศิลธรรมที่เป็นบรรทัดฐานเดียวกัน

สำหรับประเทศไทย ประชาชนมีเสรีภาพในการนับถือศาสนา โดยพระมหากษัตริย์ทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภ์ทุกศาสนา ศาสนาสำคัญ และมีคนนับถือมากที่สุดในประเทศไทย ได้แก่ ศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาซิกข์

นอกจากการนับถือศาสนาแล้ว ยังมีความเชื่อไม่นับถือศาสนาด้วย เรียก “อศาสนา” (อังกฤษ: irreligion) และผู้ไม่นับถือศาสนาเรียก “อศาสนิก” (อังกฤษ: irreligious person)

Leave a comment »